วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทำไมต้องธุรกิจเครื่อข่าย....Why Network ?

ทุกวันนี้เรายังเป็นแบบนี้อยู่หรือ.....?


จากที่ทุกท่านได้ชมคลิปวิดีโอนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง...ครับ

ทุกท่านได้คิดเหมือนกับผมในตอนแรกๆ หรือป่าวครับ ว่า ทุกวันนี้เราถูกออกแบบ ถูกสร้าง ถูกจำกัดความฝันของเราไว้มากน้อยเพียงใด ในสมัยที่เรายังเด็กๆ เป็นไปได้มากแค่ไหนครับ ที่จะมีคนประสบความสำเร็จมุ่งสู่จุดหมายตามความฝันที่ได้ตั้งใจไว้ เราคือคนกลุ่มนั้นหรือปล่าว ครับ......

ACTIVE INCOME   VS   PASSIVE INCOME

จากที่ทุกท่านได้ชมคลิปไปแล้ว น่าจะเข้าใจความหมายของทั้งสอง คำนี้ดีนะครับ...
ผมเชื่อว่าคนส่วนมากน่าจะอยู่ทางฝั่งซ้าย ( ACTIVE INCOME ) กันใช่ไหมครับ ส่วนสาเหตุนั้นผมไม่ขอระบุ ละกันนะครับเชื่อว่าทุกท่านคงทราบๆกันดี จากตัวท่านเองอยู่แล้วว่าเกิดจากอะไร...?

แต่วันนี้ผมขอพูดถึงเรื่อง "ทำยังไงถึงจะข้ามมาฝั่งขวา ( PASSIVE INCOME )"...

สิ่งแรกที่ผมอยากจะแชร์ประสบการณ์ของผมเอง ซึ่ง น่าจะเป็นเรื่องของ "แนวความคิด"
แนวความคิด สำคัญกับชีวิตของเราอย่างไรครับ แน่นอนว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเกิดว่าเราใช้ชีวิตโดยผ่านไปวันๆ ไม่ได้คิดถึงวันข้างหน้า คงจะหาความแน่นอน ของชีวิตเราเองไม่ได้ใช่ไหมครับ..?
นี่แหละครับ ปัจจัยสำคัญเลย ที่ทำให้เราถูกจำกัดความสามารถของเราเอง โดยมีแนวคิดที่เหมือนๆกัน ไม่กล้าออกจากกรอบ กลุ่มแรกที่จะพูดถึงคือกลุ่ม E (Employee) ซึ่งต้องการแต่ความมั่นคง จากงานประจำ ทุกเดือน รอคอยแต่ความหวังว่าเมื่อไหร่ จะถึงสิ้นเดือน สักที...! (ไม่ได้เจตนาจะดูถูกมนุษย์เงินเดือนนะครับ)ใช้ชีวิตผ่านไปเดือน ต่อ เดือน ผ่านไป เป็นปี โดยที่ทำงานให้กับบริษัท ให้กับเจ้านาย แต่สิ่งที่ทำลงไปนั้น ไม่สามารถเป็นมรดกตกทอดเป็นของเราได้เลยส่งต่อให้ลูกหลานของเราก็ไม่ได้ .... พอเบื่อจากที่เก่า ก็เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ เป็นแบบนี้ จนกว่าจะถูกใจ ทำงานต่อไปจนกว่าตัวเองจะเกษียณ เป็นเหมือนกับ วัฐจักร ของชีวิต วันหยุด วันพักผ่อนก็ไม่ค่อยจะมี ได้หยุดที ต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว บางที(สมมุตินะครับ)เกิดอุบัติเหตุไปทำงานไม่ได้เป็นเดือนๆ ทุกท่านคิดว่าที่ทำงานของเรายังจะจ่ายเงินเดือนให้ไหมครับ...(แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้) ความมั่นคงจากที่คิดๆไว้เริ่มจางหายแล้วใช่ไหมครับ เป็นกลุ่มคนที่ ต้อง "ทำงานเพื่อเงิน" ถ้าหยุดทำงานเราก็จะไม่ได้เงิน...(ถูกต้องใช่ไหมครับ) ทุกท่านคงจะเห็นภาพนะครับจากที่ผมกล่าวมา แล้วจะทำยังไงต่อไปดีละ....คงต้องหาอะไรทำที่ๆเราคิดว่าเราเป็นเจ้าของเองดีว่า....เข้ามาสู่ในกลุ่มที่สองกันโดยปริยาย คือกลุ่มของ S (Sale Employee) เรียกง่ายๆก็คือพวก SOLO ทำอะไรด้วยตัวคนเดียวไม่ข้องเกี่ยวกับใคร จัดการ บริหาร เองทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในความควบคุม เป็นบริษัทเล็กๆ โดยที่เราเป็นนายตัวเอง ได้กำไร ก็ดีใจ ขาดทุนมาก็มานั่งเศร้า เครียดกันต่อไป หวังว่าจะนำ ธุรกิจที่เราสร้างมากับมือ ส่งต่อไปให้รุ่นลูก รุ่นหลาน เป็นรุ่นๆไปเพื่อบริหารต่อ....เริ่มจะดีขึ้นมาจากกลุ่ม E (Employee) กลุ่มแรก แล้วใช่ไหมครับ แต่ถ้าจะให้พูดถึงความเสี่ยงแล้ว ไม่มีอะไรที่แน่นอน ใช่ไหมครับ...สมมุติ เกิดบริษัทที่เราสร้างมา ขาดทุนบ่อยๆ ดำเนินกิจการไม่ไหว ไม่มีเงินจ้างลูกน้อง หนี้สิน ก็เข้ามาเพิ่มขึ้นๆ จนถึงขั้นล้มละลาย ต่อไปนี้จะไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาของเราเพียงคนเดียวแล้วใช่ไหมครับ....แต่จะเกิดการส่งต่อปัญหาไปถึงคนอื่นๆที่ทำงานด้วยกันเป็นทอดๆไป...เพราะฉะนั้นกลุ่ม S (Sale Employee) จึงต้องเหนื่อยกว่า กลุ่ม E (Employee) มากพอสมควร บริหารด้วยตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่าง แน่นอนว่าแตกต่างกันตรงที่ สถานะ เท่านั้น โดย ยังคงเป็นกลุ่มที่ ต้อง "ทำงานเพื่อเงิน" ถ้าหยุดทำงานเราก็จะไม่ได้เงิน... สองกลุ่มนี้เป็น ทางฝั่งซ้าย ACTIVE INCOME ใช่ไหม ครับ 
 
แล้วถ้าเราอยากข้ามฝั่งมาฝั่งขวา ( PASSIVE INCOME ) ทำได้ยังไงละ....
เราต้องเข้าใจของ ความหมายของทำว่า  PASSIVE INCOME ก่อนนะครับ ซึ่งอยากจะแปลๆกันไปหลากหลายความหมาย แต่สำหรับความหมายที่น่าจะทำให้ทุกท่านเข้าใจง่าย ที่สุดน่าจะเป็น กลุ่มที่ "เงินทำงานให้เรา"...แต่มีเงื่อนไขด้วยนะครับว่า เราต้องยอมทำงานหนักในช่วงแรกๆ แล้ว จะสบายตลอดชีวิต โดยใช้เครื่องมือ ที่ถูกต้องและแตกต่างจาก สองกลุ่มแรก โดยสิ้นเชิง....
กลุ่มที่สาม กลุ่ม B (Business)
ในกลุ่ม B (Business) แน่นนอนว่าแค่ชื่อ ก็น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีใช่ไหมครับ... เป็นกลุ่มของนักธุรกิจขนาดใหญ่ ในบริษัทมีจำนวนคนในองค์กรไม่น่าจะต่ำกว่า 100 คนขึ้นไป ทำงานในแต่ละส่วนที่แตกต่างกัน ผลตอบแทนที่ได้รับ แน่นอนว่าต้องแตกต่างจากมนุษย์เงินเดือน อยู่แล้ว รู้ไหมครับเพราะสาเหตุใด
บอกใบ้ให้ง่ายๆนะครับ ในระดับของนักธุรกิจไปจนถึงขั้นผู้บริหารหรือเจ้าของบริษัท เนี่ย เงินที่พวกเขาเหล่านั้นได้มาล้วนได้มาจากการทำโปรเจคใหญ่ๆ ที่ทำเงินเข้าบริษัทเป็น ล้าน, สิบล้าน, ยี่สิบล้าน หรืออาจจะมากกว่านั้น ทำให้เงินค่าตอบแทนของพวกเขาสูง โดยคนที่ทำงานให้พวกเขาเหล่านั้นก็คือ พวกกลุ่มE (Employee) พวกมนุษย์เงินเดือนนั้นแหละครับ.....ลองคิดกันเล่นๆนะครับว่า ทำไมเราทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนให้แก่บริษัทได้มา หนึ่งล้าน, สิบล้าน, ยี่สิบล้าน แต่ทำไมเราถึงได้เงินเดือนที่เท่ากันทุกๆเดือน 3ปี - 5ปี เงินเดือนถึงจะเพิ่มขึ้น หรือต้องรอความหวังเล็กๆน้อยๆจากโบนัท ....มันไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมครับ ที่เราต้องทำให้พวกนี้ให้แก่บริษัท, นักธุรกิจหรือเจ้าของบริษัท เติบโต แต่กลับกัน ตัวเราเองกลับไม่ได้เติบโตไปด้วยเลย....เริ่มเห็นความแตกต่างใช่ไหมครับ การที่เราจะเข้ามาอยู่ในจุดของพวกกลุ่ม B (Business)ได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...ถ้าเราอยากจะเข้าไปเป็นนักธุรกิจ, ผู้บริหาร หรือเจ้าของบริษัทแน่นอนว่าเงินลงทุนเริ่มแรกต้องสูงไปด้วย เหมือนกับ เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ อยากได้ธุรกิจเป็นของตัวเองเริ่มแรกต้องมีทุนที่ค่อนข้างสูง อาศัยจ้างลูกน้องทำงานแทนเรา เราเป็นเพียงแค่ผู้บริหาร จัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าระบบ แค่นี้เงินก็ไม่หนีไปไหน....ถึงแม้ว่าเราจะไม่ทำงาน เป็นเดือนๆ เงินก็ไม่หายไปไหน เพราะมีคนทำงานแทนอยู่แล้ว....เป็นกลุ่มที่ "เงินทำงานให้เรา" จริงๆใช่ไหมครับ
สุดท้ายนี้ เป็นกลุ่ม I (Invesment) เป็นกลุ่มของนักลงทุน พวกที่ชอบใช้ความคิดลงทุนเพื่อที่จะได้กำไร ตัวอย่างของนักลงทุน "หุ้น" ละกันนะครับ แน่นอนว่าคำสั้นๆที่ได้ใจความของการเล่นหุ้น คือ การ "ซื้อถูก ขายแพง" แน่นอนว่าเราได้กำไร แต่ ถ้า "ซื้อแพง ขายถูก" ก็ขาดทุนใช่ไหมครับ....แต่จะทำอย่างไรให้เราได้กำไรตลอดไปนั้น ผมว่าคงเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมครับ ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการบริหารความเสี่ยงของแต่ละคนๆ ไป ซึ่งต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์เป็นอย่างมากในการตัดสินใจลงทุนในแต่ละครั้งจากการใช้เงินลงทุนจำนวนน้อย เพิ่มมูลค่าเปลี่ยนแปลงเป็นเงินมหาศาล ในระยะเวลาที่สั้น..แน่นอนว่าเป็นกลุ่มที่ "เงินทำงานให้เรา"อยู่ดี โดยอาศัยความรู้และประสบการณ์เพียงสั้นๆก็อาจจะเกษียณอายุการทำงานไปได้เลย....

ทุกท่านคงเข้าใจความหมายของทั้ง 4 กลุ่มกันแบบคร่าวๆ แล้วใช่ไหมครับ ต่อจากนี้อยากให้ทุกท่านเลือกเอาตามใจชอบเลยนะครับว่า อยากอยู่กลุ่มไหน ...ฝั่งซ้าย หรือ ฝั่งขวา
ส่วนมากคงจะอยากอยู่ทางฝั่งขวา กันใช่ไหมครับ แต่อาจจะติดอะไรหลายๆอย่าง ถ้าเป็นกลุ่ม B (Business) ก็คงมีปัญหาในด้านของเงินทุนที่ต้องใช้ในตอนแรกที่ค่อนข้างสูง หรือถ้าเป็น กลุ่ม I (Invesment) ก็คงยังขาดความรู้ประสบการณ์ในด้านการลงทุน จัดการบริหารความเสี่ยงอยู่ใช่ไหมครับ... เอางี้ละกันครับ มีอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่า ลงทุน ต่ำกว่า(แค่หลักพัน) ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์แต่ค่อยๆสะสมรูปแบบการทำงาน ไม่เกิน 12 เดือน ท่านได้รับเงินเข้ากระเป๋าทุกเดือน เดือนละหนึ่งแสนบาท และยังส่งต่อความโชคดีที่ท่านจะได้รับไปให้พวกเขา โดยที่ท่านมีความสุขกันทั้ง 2 ฝ่าย เหมือนที่ผม กำลังจะส่งต่อความโชคดีนี้ไปให้ท่านตอนนี้....คลิกเลยครับ



ผมเชื่อว่าโชคดีสามารถสร้างได้ และส่งต่อกันได้ ฉะนั้นเราโชคดีได้เรื่อยๆ เพราะเรามีเครื่องมือในการสร้างโชค ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ "



คลิกที่นี้เพื่อเปิดรับโอกาส ดีๆที่จะเข้ามา


https://docs.google.com/spreadsheet/viewform?formkey=dDdSc1NEWjVmSFI4ekJoQ3ZSa2J1Y0E6MQ#gid=0

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

คิดอย่างไร....กับธุรกิจเครือข่าย

เชื่อว่าหลายๆคน...เมื่อได้ยินคำว่า "ธุรกิจเครือข่าย" 90 % คงตอบว่า "NO","ไม่" เป็นส่วนใหญ่ โดยที่คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าธุรกิจเครือข่ายเป็นรูปแบบของการ ตื้อ, ง้อ, ขายของ ทำยอดปิดการขาย คนที่จะทำธุรกิจเครืองข่าย ได้ต้องเป็นคนที่รู้จักคนเยอะ พูดเก่ง เหมาะสำหรับทำเล่นๆ งานเสริม แม่บ้านเขาทำกัน แรกๆเดิมทีแล้วความคิดเหล่านี้ผมก็เป็นเหมือนกันครับ....จากที่ได้เคยทำธุรกิจเครือข่ายตัวเก่ากว่า 2 ปี(ไม่ขอระบุชื่อธุรกิจตัวเก่านะครับ) ผมคิดว่างานแบบนี้มันไม่เหมาะกับตัวผมเลย ที่จะต้องไปตื้อ ง้อ ขายของ ให้กับคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฟูง  โดยที่พวกเขาเหล่านั้น เต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม ทำให้เสียเพื่อน เสียความสำพันธ์ดีๆที่เคยสร้างกันมา เสียเงินไปเป็นจำนวนไม่น้อย โดยวิธีที่การทำธุรกิจเครือข่ายแบบไม่มีความรู้ ไม่ได้ศึกษาการทำงานของคนที่เขาประสบความสำเร็จว่าทำได้อย่างไร....? วิธีไหนที่พวกเขาใช้กัน...? ผมมองไม่เห็นเป้าหมายเลยว่าตัวเราเองจะประสบความสำเร็จได้ จึงตัดสินใจเลิกทำธุรกิจเครือข่ายตัวเก่าไป.....

แต่มาวันหนึ่งได้มีโอกาสเจอรุ่นน้องที่คุณะ โดยบังเอิญ รุ่นน้องคนนี้ได้แนะนำธุรกิจ อินฟินิท ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ให้กับผม เขาได้บอกรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากการทำธุรกิจเครือข่ายแบบเดิมๆ ที่ผมเคยทำมา ผลลัพธ์ที่เขาได้คือ 
อิสภาพทางการเงิน ได้มีโอกาสท่องเที่ยวไปประเทศต่างๆ โดยเครื่องมือที่เขาใช้นั้นใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี เขาก็ได้อิสภาพทางการเงินแล้ว...ซึ่งมันได้ผลกับทุกคนที่เข้าร่วมทำธุรกิจ และยังนำเครื่องมือที่เขาใช้ส่งต่อ ไปยังทุกคนในองค์กรของเขา ซึ่งเครื่องมือนี้ผมได้เรียนรู้ ศึกษาอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เครื่องมือนี้จะทำให้ผมประสบความสำเร็จในธุรกิจอินฟินิท ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ได้อย่างแน่นอน


แด่ความสำเสร็จของทุกท่านครับ
ดุษฎี ปวงจักร์ทา

 
 ผมเชื่อว่าโชคดีสามารถสร้างได้ และส่งต่อกันได้ ฉะนั้นเราโชคดีได้เรื่อยๆ เพราะเรามีเครื่องมือในการสร้างโชค ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ "

คลิกที่นี้เพื่อเข้าร่วมธุรกิจแบบมืออาชีพ
 
 

เป้าหมายชีวิต กับ Infinite Life Network


Welcome to Infinite Lite Network

สำหรับบอล็กนี้ มีไว้เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจธุรกิจ อินฟินิท ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค อย่างละเอียด และตรงไปตรงมาในทุกแง่มุมต่างๆ เชื่อว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูล สำหรับผู้ที่สนใจอย่าลืมศึกษาแผนธุรกิจด้วยนะครับ (สำคัญมากๆครับ)

เป้าหมาย.....ชีวิต


ด้วยคำถามสั้นๆครับว่า เป้าหมายชีวิตของเราคือ อะไร ......? ยกตัวอย่างของผมนะครับ ต้องการมีรถสปอร์ตหรูๆ ราคา 5,000,000 บาท บ้านหลังใหญ่ ราคา 10,000,000 บาท เงินไว้ใช้ท่องเที่ยวต่างประเทศ 5,000,000 บาท เงินเก็บเผื่อฉุกเฉิน 10,000,000 บาท รวมมูลค่าเป้าหมายทั้งหมดคือจำนวนเงิน 30,000,000 บาท แล้วผมต้องใช้เวลาทำงานกี่ปี ? เพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น

ทำงานประจำเงินเดือน 20,000 บาท เก็บเงินเดือนละ 10,000 บาท ต้องใช้เวลาถึง 250 ปี เงินเดือน 100,000 บาท เก็บเดือนละ 50,000 บาท ต้องใช้เวลาถึง 50 ปี แต่วันนี้หากเลือก อินฟินิท ไลฟ์ เน็ตเวิร์ค ได้เดือนละ 1,000,000 บาท เก็บเดือนละ 500,000 บาท ใช้เวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ครับ ทำง่ายๆ สบายๆ ไม่กระทบงานประจำ ไม่ว่าจะสาขาใดก็ตาม ผมเชื่อว่าทำได้แน่นอน ครับ

สิ่งใดที่เรียกว่าโอกาส หากทุกคนมองเห็นมันจะไม่เรียกว่าโอกาส... เพียงแค่เราส่งต่อความโชคดีให้กับคนอื่นแค่ 2 คนบนโลกในนี้ ดูแลเค้า ช่วยเหลือเค้าเท่านั้นครับ สำเร็จแน่นอน ล้าน% ใครที่ไม่เห็นด้วยกับเราก็ไม่เป็นไรครับ เปรียบเสมือน ต้นไม้ที่มีใบไม้มากมาย หากใบไม้นั้นร่วงหล่นพื้นไปแค่ไม่กี่ใบ ก็ไม่ได้ทำให้ต้นไม้ตาย เช่นเดียวกัน คนที่ไม่เห็นด้วยกับเราเพียงไม่กี่คน ก็ไม่อาจทำให้เราล้มเหลวได้ครับ

ลองตั้งเป้าหมายชีวิตของแต่ละท่านดูนะครับ แล้วนำมาคำนวนถึงความเป็นไปได้กัน....


แด่ความสำเสร็จของทุกท่านครับ
ดุษฎี ปวงจักร์ทา






 ผมเชื่อว่าโชคดีสามารถสร้างได้ และส่งต่อกันได้ ฉะนั้นเราโชคดีได้เรื่อยๆ เพราะเรามีเครื่องมือในการสร้างโชค ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ "

คลิกที่นี้เพื่อเปิดรับโอกาส ดีๆที่จะเข้ามา